คืนหนึ่งเมื่อ 5 ปีก่อน ฉันนั่งจับเจ่าอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี  รายการทีวีที่อยู่ตรงหน้า  ก็ไม่น่าดูเลยสักนิด  ฉันได้แต่นั่งหายใจทิ้งไปเรื่อย ๆ จากนั้นจึงเดินไปที่ตู้หนังสือ  เมียงมองสักพักก็เจอหนังสือปกขาวมีรูปเด็กหญิงคนนึงกำลังก้าวเดินอยู่ภายในผลส้มขนาดใหญ่  บนนั้นมีชื่อกำกับไว้ว่า "โลกของโซฟี"   ฉันเอามันกลับมาที่เตียงแล้วพลิกอ่านอยู่ 2-3 หน้า   จากนั้นก็ผลอยหลับไป  

 

                                                  



                            โลกของโซฟีในคืนนั้นช่างไม่เข้าใกล้โลกของฉันเลยสักนิด ตัวหนังสือที่ยาวเหยียด หนำซ้ำยังไม่มีรูปภาพประกอบ ไม่สนุกเอาซะเลย  หลังจากนั้นฉันก็ไม่เคยชายตามองมันอีกเลย

                          "นุก  เราชอบโลกของโฟซีมาก  นุกเคยอ่านรึยัง  มันเป็นหนังสือปรัชญาที่สนุกที่สุดในโลก เราเขียนจดหมายถึงโซฟีด้วยนะ"  เสียงเพื่อนคนนึงพูดถึงหนังสือที่น่าเบื่อหน่ายสำหรับฉัน  ชื่อหนังสือเล่มนี้ถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำเสียงของเพื่อนฟังดูตื่นเต้น ชื่นชอบ และเชิญชวนให้อ่านมันอีกครั้ง
 
                          ไม่หรอก!!  ใครอยากจะหวนกลับไปหาความเบื่อหน่ายเป็นครั้งที่สอง

                          ฉันพูดกับตัวเองเงียบ ๆ อย่างนี้หลายรอบ  จนท้ายที่สุดฉันก็กลับมาอ่านมันอีกครั้งจนจบและพบว่า  บางครั้งความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับอะไรสักอย่าง  ไม่ได้ก่อตัวขึ้นทันทีทันใด  ระยะเวลาในการสัมผัสมันด้วยสายตา สมอง จินตนาการ รวมทั้งใจล่ะมั้ง ที่ทำให้ฉันค้นพบว่าส้มผลใหญ่ของโซฟีคือสูญญากาศที่ซุกซ่อนพลังงานไว้อย่างมหาศาล  

                          ฉันจะไม่เล่าให้เธอฟังหรอกนะ  เพราะไม่รู้จะเล่าอย่างไรให้สนุกและเข้าใจดี มันคงเหมือนกับที่ฉันเคยให้เพื่อนที่ชอบเรื่องนี้มากเล่าให้ฟัง แต่เล่ายังไงฉันก็ไม่เข้าใจและไม่รู้สึกสนุกอยู่ดี    แน่ล่ะสิ!! ปรัชญาไม่ได้เกิดมาจากการบอกเล่านี่  แต่มันเกิดมาจากการคิดและการสงสัยของมนุษย์ต่างหาก ฉะนั้นเธอจึงต้องอ่านมันเอง


ปล. ถ้าเธอเปิดหน้าแรกของหนังสือเล่มนี้แล้วเห็นตัวหนังสือยาวเหยียด อย่าเพิ่งง่วง และอย่าเพิ่งคิดว่ามันไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจสักนิด  เธอเห็นบรรทัดที่สองในหน้าที่ 3 นั่นมั้ย  มันเขียนไว้ว่า


    
                           "...ณ บางจุด บางอย่างจะต้องเกิดจากความว่างเปล่า..."



                           นั่นไง!! *บางครั้งความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับอะไรสักอย่าง ไม่ได้ก่อตัวขึ้นทันทีทันใด  ระยะเวลาในการสัมผัสด้วยสายตา สมอง จินตนาการ รวมทั้งใจล่ะมั้ง ที่จะทำให้เธอพบว่าส้มผลใหญ่ของโซฟีคือ  สูญญากาศที่ซุกซ่อนพลังงานไว้อย่างมหาศาล

         

Comment

Comment:

Tweet