La Solitudine

posted on 25 Jun 2008 17:55 by sanook-is-me

ไม่ได้เข้ามาเขียนเป็นอาทิตย์  คิดถึงจัง

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซ้อมรับปริญญาจนเมื่อยตุ้ม  เดินจนเหนื่อย  อากาศก็ร้อน  แต่เห็นหน้าทุกคนยิ้มแย้มประหนึ่งว่าเดินอยู่ท่ามกลางวันที่สดใสของฤดูใบไม้ผลิ.. ตอนแรกคิดในใจว่าวันซ้อมคงไม่ต้องมีอะไรมากมายหรอกมั้ง  ผมก็คงไม่ต้องเซ็ทอะไรมาก  หน้าก็แต่งแต่พองามเท่านั้นก็พอ  แต่เดี๋ยวก่อนพี่บอกว่าไม่ได้นะจ๊ะ  ต้องแต่งหน้าให้เข้มนิดนึง ถ่ายรูปออกมาจะได้งดงาม  เรารึก็ไว้ใจในฝีมือ   เลยยื่นหน้าไปให้  เพื่อความงามแต่งเลยจ้า   ใช้เวลาแต่งหน้าประมาณชาติเศษ  เราเองก็ได้แต่คิดว่าแต่งนานขนาดนี้  งดงามแน่เรา   เพราะตอนแต่งเราเองก็ไม่ได้มอง  ประมาณว่ากะเซอร์ไพรส์ตัวเอง  อุ๊ย!!   พอแต่งเสร็จหน้าเหมือนนางสาวไทยเลยเรา   แต่ในความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่  หน้าเหมือนงิ้ว  ส่วนคิ้วเหมือนชินจัง  นี่ถ้าเปลี่ยนจากชุดครุยเป็นชุดที่ใส่เล่นงิ้ว  ออกโรงได้เลยเวลานั้น  แต่เอาเหอะ  ถือว่าแต่งไปสร้างรอยยิ้มและความขำขันให้เพื่อน ๆ ในวันซ้อม  หวังว่าวันรับคงจะไม่พลาด 55+

...

ครั้งนี้หันมาฟังเพลงอิตาเลียนกันบ้าง

คงต้องขอบคุณท่านนึงที่เปิดเพลงภาษาต่างชาติให้ฟังทุกวัน  วันนี้อิตาเลียน  วันต่อมาสเปน  แต่ขอล่ะภาษาอาหรับหนูไม่ฟัง


ฟังอยู่หลายเพลง จนชอบเพลง  La Solitudine  ของ Laura Pausini (อ่านว่า ลาวร่า  พาวซินี) ไอ้เราก็อ่านลอร่า  ลอร่าอยู่ตั้งนาน

เคยมั๊ยที่ฟังเพลงแล้วรู้สึกชอบ  แล้วอยากจะรู้ความหมายของมันต่อ  แต่ติดอยู่ที่มันเป็นภาษาอิตาเลียน  เราไม่เคยเรียน  ส่วนพี่ที่เปิดให้ฟังบอกว่า นุกเอาดิกพี่ไป  พี่มีทั้งอิตาเลียนและสเปน  เอาไปเปิดจะได้แปลออก  เอ่อ..พี่คะ ถ้าเปิดหาภาษาที่ไม่เคยเรียน แล้วกว่าจะเอามาแปล  หนูว่าชาติหน้ายังแปลไม่จบเพลงเลยมั้งคะ  สรุปเลยหาที่มันแปลเป็นภาษาอังกฤษไว้แล้ว เลยทำให้รู้ว่า  "La Solitudine คือ  Loneliness"  แค่เห็นความหมายของชื่อเพลงแล้วเศร้าว่ะ

มันเป็นเรื่องราวของคนรักที่ต้องพรากจากกัน  ผู้ชายคนนั้นชื่อ  Marco นั่นเอง  เมื่อคนรักจากไปสิ่งที่เหลืออยู่กับผู้หญิงคนนี้คือความอ้างว้าง  และเธอได้แต่หวังว่าคนรักของเธอยังคงคิดถึงและรู้สึกเช่นเดียวกับเธออยู่เสมอแม้ว่าจะมีเส้นกั้นของระยะทางคั่นทั้งสองคนเอาไว้...


เป็นเพลงที่เพราะจริง ๆ  แต่แอบจับผิดได้นิดนึง  ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้กลัวว่าจะไม่ได้เจอกับคนรักของเธออีกน๊า  ในเมื่อนายMarcoแค่ขึ้นรถไฟจากไปยังเมืองนึงเฉย ๆ  หรือว่า  ผู้หญิงคนนี้รู้ว่า มันอาจจะเป็นรถไฟขบวนสุดท้าย 

โอว...ไม่นะ  ช่างตรงกับชีวิตเสียจริง

 

ปล.  ถ้ามีคนที่เธอรัก  อย่าปล่อยเค้าไปนะ  เดี๋ยวเกิดอาการ La Solitudine ไม่รู้ด้วย